การเมืองไม่เป็น ทีเด็ด “ลุงตู่” เพิ่มอัดฉีด “บัตรคนจน” ส่งท้ายปลายปี !!

เมืองไทย 360 องศา 

“ผมไม่ใช่นักการเมือง” 

“ผมไม่เล่นการเมือง ผมเล่นการเมืองไม่เป็น”

คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่มักพูดเน้นย้ำอยู่เสมอ แต่เชื่อหรือไม่ว่าในระยะหลังแต่ละ “ดอก” ที่ออกมาล้วนทำให้ฝ่ายตรงข้ามสะอึกไปไม่เป็นมากขึ้นทุกวัน 

แม้ว่ายิ่งอยู่นานก็ยิ่งเผยจุดอ่อนออกมาให้เห็นมากขึ้น แต่นั่นส่วนใหญ่ก็มักจะเกิดขึ้นจาก “คนรอบข้าง” หรือบรรดาลิ่วล้อมาพลอยแห่ทำเสียมากกว่า รวมไปถึง “งานหลัก” ในเรื่องการปฏิรูปที่ยังไม่คืบหน้า จนทำให้เครดิต หรือ “ความศรัทธา” หดหายลงไปเมื่อเทียบกับเมื่อครั้งตอนเข้ามาใหม่ๆ 

แต่ล่าสุด ก็ได้ปล่อย “ทีเด็ด” ออกมาในช่วงปลายปี นั่นคือ การมอบ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือที่เรียกว่า “บัตรคนจน” ที่ผ่านการสำรวจผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศและเข้าเกณฑ์กว่า 11 ล้านคน โดยเริ่มแจกจ่ายไปแล้วบางส่วนตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา และจะแจกในส่วนที่เหลือในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลในวันที่ 17 ตุลาคม นี้ เป็นต้นไป 

ที่ผ่านมา ถือว่ามีการใช้จ่ายผ่านบ้ตรดังกล่าวกันอย่างคึกคัก สร้างความพึงพอใจกับผู้มีรายได้น้อยที่นำบัตรไปรูดปรี๊ดซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพประจำวันตามร้านธงฟ้าประชารัฐที่ขึ้นทะเบียนเอาไว้ แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีปัญหาขลุกขลักในเรื่องของเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (เครื่องอีดีซี) ที่ยังมีไม่ทั่วถึงอยู่บ้าง รวมไปถึงวงเงินที่ใช้จ่ายผ่านบัตรมีจำนวนน้อย คือ 200 บาท และ 300 บาท ต่อเดือน รวมไปถึงเสียงเรียกร้องของชาวบ้านในต่างจังหวัดที่ให้เพิ่มวงเงิน หรือให้นำเงินจากค่าโดยสารรถไฟและรถประจำทางเดือนละ 500 บาท นำมาโปะเพิ่มเป็นค่าใช้ในบัตรสำหรับซื้อของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน 

อย่างไรก็ดี โดยรวมแล้วถือว่าสร้างความพอใจให้กับชาวบ้าน คนยากไร้ เพราะเป็นการช่วยเหลือที่ตรงเป้าสามารถบรรเทาความเดือดร้อนด้านค่าครองชีพได้ไม่น้อย ที่สำคัญ บัตรคนจนใบนี้ได้ช่วยเพิ่ม “คะแนนความนิยม” ให้กับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นมาได้อีกไม่น้อย 

แม้ว่าจะมีเสียงวิจารณ์ตามมาบ้างว่าไปส่งเสริมพวกธุรกิจ “เจ้าสัว” มันก็ช่วยไม่ได้ เพราะในความเป็นจริงในประเทศไทย มีแต่พวกเจ้าสัวเท่านั้นที่ทำธุรกิจสินค้าพวกนี้ เพราะหากไม่ปฏิเสธความจริงก็ต้องยอมรับว่าตั้งแต่ตื่นขึ้นมาจนเข้านอน มันก็ต้องอุดหนุนสินค้าอุปโภคบริโภคของเจ้าสัวพวกนี้ทั้งสิ้น นั่นเป็นเรื่องของโครงสร้างทางเศรษฐกิจแบบทุนนิยมที่ต้องว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง แต่นาทีนี้เอาเป็นว่าชาวบ้านรากหญ้าที่ใช้มีสิทธิ์ใช้บัตรใบนี้ต่างพอใจ อาจมีบ้างที่ตุกติก หรือเข้าใจกันผิดซึ่งถือว่าเป็นเรื่องธรรมดากับของใหม่ที่ต้องปรับปรุงกันไป เชื่อว่า อีกสักเดือนสองเดือนก็น่าจะเข้ารูปเข้ารอย 

นอกจากนี้ การใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคราวนี้ ยังได้ของแถมเพิ่มเติมอีก คือ การเพิ่มการใช้จ่าย กระตุ้นเศรษฐกิจที่จะมีผลต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอีกด้วย ซึ่งเวลานี้กำลังมีแนวโน้มไปได้ดีทำให้มีการปรับเพิ่มอัตราจีดีพีกันใหม่ ล่าสุด ลุ้นให้ถึงร้อยละ 4 กันเลยทีเดียว 

ด้วยอารมณ์และความพึงพอใจดังกล่าวนี่แหละที่เชื่อว่ารัฐบาลก็ย่อมรับรู้เหมือนกัน ทำให้มีรายงานว่าเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา มีหนังสือเวียนคำสั่งนายกรัฐมนตรีถึงหัวหน้าหน่วยราชการทั่วประเทศโดยให้กระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องดำเนินการประเมินผลการประชารัฐ สวัสดิการผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการของประชาชนในช่วง 3 เดือนแรก 

โดยความหมายของคำสั่งดังกล่าว คือ ให้นำข้อมูลสัดส่วนการใช้จ่ายของประชาชนในแต่ละประเภทของสินค้าและบริการมาประกอบการปรับปรุงสัดส่วนการจัดสรรเงินช่วยเหลือในส่วนของค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้แก่ประชาชนให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยให้รายงานนายกรัฐมนตรีทราบโดยเร็ว 

มีรายงานว่า สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ได้มอบหมายให้ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ สำนักงบประมาณ ไปหาทางเพิ่มวงเงินใน “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน)” อีก 200 – 300 บาท จากเดิม 300 บาท เป็น 500 บาท โดยคาดการณ์ว่าจะให้ทันการเปิดเรียนในภาคเรียนที่ 1/2561 ที่อาจเพิ่มวงเงินในการซื่อชุดนักเรียนในช่วงเปิดเทอม

ขณะเดียวกัน จากการเปิดเผยของ สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ก็ได้เปิดเผยถึงแนวทางในการเพิ่มวงเงินในบัตรดังกล่าว โดยไม่ต้องเพิ่มวงเงินงบประมาณ ซึ่งวิธีการอาจจะแยกพื้นที่ประชาชนในต่างจังหวัดที่ไม่จำเป็นต้องโดยสารรถไฟ รถประจำทาง ที่มีวงเงิน 500 บาทต่อเดือน โดยอาจดึงเงินดังกล่าวมาเพิ่มสำหรับใช้ซื้อสินค้าอุปโภคและบริโภคเพิ่มเป็น 700 – 800 บาท 

เห็นภาพคร่าวๆ แค่นี้ก็สามารถคาดเดาไว้ล่วงหน้าเลยว่าชาวบ้านระดับ “รากหญ้า” แฮปปี้แน่นอน เพราะมีเงินช่วยเหลือค่าครองชีพเพิ่มขึ้นในแต่ละเดือน ที่สำคัญ ยังส่งผลทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาลของเขาหน้าบาน โกยแต้มในช่วงโค้งสุดท้าย ตามโรดแมปที่กำหนดเอาไว้ ส่วนหลังจากนั้นจะกลับมาในรูปแบบไหนตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญมันก็ “ทางสะดวก” อยู่แล้ว เพราะอย่างน้อยมันมีเรื่องแบบนี้ให้ชาวบ้านจดจำ และ “บัตรคนจน” ถือว่าเป็น “ทีเด็ด” ส่งท้ายปี 

ดังนั้น การที่บอกว่า “ผมเล่นการเมืองไม่เป็น” หรือ “ผมไม่ใช่นักการเมือง” นั้น อย่างที่เห็นมันไม่น่าจะใช่แล้ว !!

 

ขอบคุณที่มา:mgronline

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *