พสกนิกรเข้าสักการะพระบรมศพวานนี้ทะลุ 6 หมื่นคน พร้อมตั้งปณิธานเดินตามรอยพ่อหลวง

เมื่อวันที่ 10 ก.ย. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้องค์กรภาคเอกชน มูลนิธิ และสมาคมต่างๆ ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เป็นวันที่ 231 ภายหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร โดยวันนี้มีผู้ร่วมเป็นเจ้าภาพจำนวน 44 คณะ แบ่งเป็น 4 รอบ ได้แก่ เวลา 10.30 น., 14.30 น., 17.00 น. และ 19.00 น.

สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 9 ก.ย. หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 22.30 น. จากกำหนดเดิมเวลา 21.00 น. เนื่องจากยังมีประชาชนเข้าแถวรอกราบสักการะพระบรมศพในมณฑลพิธีสนามหลวงเป็นจำนวนมาก โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 62,057 คน รวม 311 วัน มี 10,363,225 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เป็นวันที่ 312 ที่มีพระราชทานพระราชานุญาตให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาเข้าคิวรอกราบสักการะพระบรมศพตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ซึ่งสำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนกลุ่มแรกเข้าทางประตูวิเศษไชยศรีในเวลา 05.00 น.

นางพะเยา พุ่มพวง อายุ 42 ปี นางบุหงา กมลบูรณ์ อายุ 62 ปี นางรวย วรดี อายุ 55 ปี เกษตรกรจากจังหวัดสุรินทร์ เดินทางมาพร้อมญาติพี่น้องรวม 13 คน โดยเดินทางมาต่อแถวช่วง 03.00 น. ร่วมกันกล่าวว่า ในกลุ่มคณะมีทั้งคนที่มาครั้งแรก บางคนก็มาหลายครั้งแล้ว แต่ทุกครั้งที่มาความรู้สึกไม่แตกต่าง เพราะมาด้วยความรักในหลวงรัชกาลที่ 9

ตอนมารอต่อแถวก็เห็นประชาชนมายืนรอกันเป็นจำนวนมาก แต่ไม่รู้สึกท้อ ช่วงเช้ายังอากาศเย็นดีสบาย จะเริ่มร้อนช่วงสายๆ แต่พวกเราก็ไม่เหนื่อย แถมยังรู้สึกร่มเย็นเมื่อได้ขึ้นไปกราบ พร้อมตั้งปณิธานจะเดินตามรอยพ่อหลวง จากที่ได้ทำนา ปลูกพืชผักสวนครัว มีกินมีใช้ไม่ต้องซื้อหา ตามหลักการพอเพียง อีกทั้งยังขอพรให้พระองค์บันดาลให้ราษฎรอยู่ร่มเย็นเป็นสุข ซึ่งตอนที่พระองค์ทรงมีพระชนม์ชีพก็ได้ช่วยให้ชาวบ้านมีกินมีใช้จากเมื่อก่อนอีสานแห้งแล้งมาก พระองค์ทรงจัดให้มีชลประทาน ทำให้สามารถทำการเกษตรอย่างอื่นได้ด้วยนอกจากการทำนา

ข้อมูลจาก khaosod

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *